TAKARA WONG TAKES THE STAGE

กับการปฎิวัติโลกแฟชั่นสมัยใหม่ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง

  • INFORMATION
  • POST IN : INSPIRATION
  • YEAR : Feb 2017
  • WRITER : R.MINTRA
  • PHOTOGRAPHER : TANAPOL KAEWPRING
  • IMAGE : TANAPOL KAEWPRING
  • 3445 views
  • 0 Shares
 

เป็นนิวเฟซที่น่าจับตามมองไม่น้อยสำหรับ คุณแชมป์ ฐกร วรรณวงษ์ ที่หลังจากโลดแล่นอยู่ในวงการอาหารมาพักใหญ่ ก็ตัดสินใจเดินตามความฝันและแพชชั่นของตัวเอง ด้วยการผันตัวมาเป็นดีไซเนอร์ และก่อตั้ง Takara Wong แบรนด์เสื้อผ้าที่อัดแน่นไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมย่อยต่างๆ จากทั่วโลกได้อย่างลงตัว และถึงแม้ว่าจะเพิ่งเปิดตัวแบรนด์เพียงไม่นาน แต่ชื่อเสียงชื่อของแชมป์ กับแบรนด์ Takara Wong กลับทะยานไกลถึงต่างประเทศอย่างรวดเร็ว เพราะด้วยสไตล์ที่แตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์ และมุมมองความคิดที่ไม่เหมือนใคร เป็นส่วนผสมสำคัญที่ส่งผลให้เขากลายมาเป็นคลื่นลูกใหม่ ที่มาแรงที่สุดในวงการแฟชั่น ณ ขณะนี้

 
img
 

จากเส้นทางอาหารสู่ถนนสายแฟชั่น

- ตอนแรกเรียนจบสายครีเอทีฟมาร์เก็ตติ้งจาก ม. รังสิต แล้วก็ไปเรียนทำอาหารต่อที่ Le Cordon Bleu ออสเตรเลีย ตอนอยู่ที่นู้นเราได้เจออิสระ ได้เจอเพื่อนต่างชาติ ได้เจอวัฒนธรรมต่างๆ เราเลยรู้ตัวเองตอนนั้นว่าเราน่าจะชอบแฟชั่น พอกลับมาเมืองไทยก็ยังไม่ได้ทำ แต่คิดไว้ในหัวแล้วว่าจะทำ จนมาวันนึงได้คุยกับเพื่อนที่ทำแฟชั่นแบรนด์อยู่แล้วในต่างประเทศ เขาบอกทำเถอะ อย่ารอเลย เราก็เลยเริ่มลองทำดู แต่จริงๆ แล้วเราชอบมันโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่เด็กๆ เราชอบแต่งตัวให้คนที่บ้าน หรือแต่งตัวให้เพื่อน เราลองทำโดยที่ไม่ได้เรียนรู้ทางด้านนี้มาก่อนเลย แม้กระทั่งดีไซน์ก็ไม่ได้เรียน เราทำโดยใช้เซ้นท์ของตัวเองล้วนๆ ลองผิดลองถูก แล้วก็ชวนเพิื่อนมาช่วยทำกันดู มั่วๆ กันออกมาจนเป็นคอลเลคชั่นแรก เราเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เอาเองทั้งจากในหนังสือ และประสบการณ์ ระหว่างที่ทำก็เลยตัดสินใจไปลงเรียนครอสสั้นๆ ที่ Bunka เสริมไปด้วย

 

มุมมองในการสร้างแบรนด์

-แชมป์ปล่อยให้งานพูดมากกว่าตัวเรา ตอนแรกที่ตั้งใจไว้จะไม่บอกด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนดีไซน์ แต่ในสังคมประเทศไทยมันทำไม่ได้ อย่างตอนนี้เมสเซจที่เริ่มส่งออกไปจะพยายามไม่ขายของมาก เราอยากให้คนเห็นถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์มากกว่า เราพยายามเป็นตัวเองให้มากที่สุด ซื่อสัตย์กับแบรนด์ ตั้งแต่แรกเราอยากให้เป็นแบบไหนเราจะทำให้มันเป็นแบบนั้น เราตั้งใจไว้ว่าจะให้มันไปเติบโตที่ต่างประเทศครับ

 

เสื้อผ้าสไตล์ Takara Wong

- Takara Wong คือผู้ชายที่มีความเป็นทั้งผู้ชายและผู้หญิงอยู่ในตัวสูง เราทำแบรนด์มาโดยที่ไม่ได้เจาะจงอยู่แล้วว่าต้องเป็นเพศอะไร นอกจากนี้ก็จะมีความเป็น Subculture อยู่ในเสื้อผ้า เพราะเราคลุกคลีมากับวัฒนธรรม Subculture ตั้งแต่เด็ก เราโตมากับนักดนตรีพังก์ ดีเจ BMX สเก็ตบอร์ด หรือเซิร์ฟ เหมือนมันซึมซับเข้ามาเอง ทำให้เวลาดีไซน์ส่วนผสมเหล่านี้จะเข้ามาอยู่ในเสื้อผ้าโดยที่เราไม่รู้ตัว รวมถึงเราเคยเป็น Promoter ให้กับ WHVCK เลยคุ้นเคยอยู่กับดนตรีจนมันเข้ามาเป็นหนึ่งใน Subculture ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เรามาโดยตลอด Subculture เป็นการทดลองเหมือนกับดีเอ็นเอของแบรนด์คือTrial Error การลองผิดลองถูก ซึ่งไม่ต่างไปจากชีวิตผมตั้งแต่แรกที่ทำเสื้อผ้าทั้งๆ ที่ไม่รู้อะไรเลย มันเหมือนเป็นการทดลองอย่างนึง เราลองทำเทคนิคต่างๆ ลงบนเสื้อผ้าก็เหมือนกัน ลองผิดลองถูกออกมา สมบูรณ์ไม่สมบูรณ์ เอาแค่เราพอใจก็โอเคแล้ว

 
img
 

การสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์

- คิดว่าถ้าเราตั้งใจทำ เสื้อผ้าก็ต้องออกมาเป็นซิกเนเจอร์ของตัวเราเอง เพราะเราไม่ได้มองหรือทำตามคนอื่นมาตั้งแต่แรก ยังไงก็ต้องออกมาเป็นซิกเนเจอร์ของเรา ปัจจุบันแบรนด์เสื้อผ้ามีเยอะมากจริงๆ แต่เราว่ามันจะมีกิมมิคบางอย่างที่ทำให้ลูกค้ารู้ว่านี่เป็นเสื้อผ้าของ Takara Wong อย่างเทคนิคที่เราใช้ ในเรื่องของแพทเวิร์ค หรือวัสดุที่เป็นโลหะ และตาไก่ที่มาสอดแทรกอยู่ในคอลเลคชั่นแรก ส่วนคอลเลคชั่นที่สองเราจะใช้ซิป
และคอลเลคชั่นที่สามที่กำลังทำจะใช้หมุดค่อนข้างเยอะ รวมถึงยังมีเมสเซจต่างๆ ที่เราซ่อนไว้ด้านในเสื้อผ้าด้วย

 

ไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงาน

- ไอเดียพวกนี้เราเก็บเป็น Storage มาตั้งแต่เด็กๆ ถ้าคิดอะไรออกก็จะจดไว้ บางทีก็อยู่ในหัวเนี่ยแหละ เราแค่ดึงมาเลือกใช้ แล้วเราจะพยายามตามพวกเทรนด์ของโลกเพื่อนำบางส่วนมาใช้เป็นไอเดีย เราจะไม่ดึงมาทั้งหมด
เพราะหลักๆ เราจะทำตามเซ้นส์ของตัวเอง อย่างตอนเด็กๆ เรามีปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันของคน ทำไมสังคมต้องมีเซเลบริตี้ ทำไมคนเหล่านั้นต้องได้รับการทรีตที่แตกต่างจากคนธรรมดา เรื่องเพศ ผู้หญิง ผู้ชาย เพศที่สาม ทำไมเวลาอยู่ในโรงเรียนเพื่อนที่เป็นกระเทยต้องโดนล้อ อีกเรื่องนึงคือสีผิวกับชนชาติ เราคิดว่ามันคือความสงสัยว่าทำไม ทำไมคนที่เล่นสเก็ตบอร์ดต้องโดนไล่ที่ คนที่เป็นนักดนตรีพังก์ทำไมถึงโดนจับตรวจฉี่ เราอยู่กับพวกนี้มาตลอดจนวันนึงมันเป็นความเก็บกดชนิดที่พอได้ปลดปล่อยแล้ว เราเลือกที่จะปลอดปล่อยมันออกมาทางเสื้อผ้า

 

Love To Hate Me

- มาจากความสงสัยว่าทำไมเด็กแว้นซ์ประเทศไทยถึงไม่เท่เท่ากับเด็กเเว้นซ์ที่ญี่ปุ่น เราเป็นคนที่รัก และให้ความสนใจกับประเทศนี้มาตั้งแต่เด็ก เราชอบความเป็นเอเชี่ยนครึ่งนึงกับความเป็นยุโรปครึ่งนึง เราดูหนังรถแข่ง หรือเล่นเกมตอนเด็กๆ แล้วเห็นสี เส้น แสง หรือควันต่างๆ ที่อยู่ในรถ เรื่องยา เรื่องผู้หญิง เรื่องการแข่งรถผิดกฎหมายตอนกลางคืน มันเป็นสิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นดูมีวัฒนธรรมตรงนี้ แต่ของประเทศอื่นกลับทำไม่ได้เลย เราเลยลองหยิบเรื่องนี้มาใช้ ซึ่งมันไปตรงกับเทรนด์ของไบค์เกอร์ในช่วงนี้พอดี

 

ก้าวเข้าสู่ปีที่ี 3 กับฟีดแบคที่ไม่ธรรมดา

- ช่วงแรกๆ ฟีดแบคค่อนข้างโอเคเลย เกินความคาดหมายครับ ส่วนตอนนี้มีสื่อต่างประเทศให้ความสนใจเยอะ มีอีเมล์ส่งเข้ามาติดต่อให้เอาเสื้อผ้าไปถ่าย อย่าง Vanity Teen Magazine ของอเมริกา Vogue และ W Magazine รวมถึงมีแฟชั่นบล็อคเกอร์เอาไปใส่ถ่ายในงาน Pitti Uomo กับ Milan Fashion Week ด้วยครับ

 
img
 

แบรนด์ได้รับความสนใจในต่างประเทศมากกว่า

- ใช่ครับ จริงๆ ไม่ใช่เป้าหมายของเรา เราตั้งใจว่าปีนี้จะลุยเอเชีย ลุยเกาหลี ญี่ปุ่นก่อน แต่มันไปบูมที่อเมริกากับยุโรปมากกว่า

 

เวลาเห็นคนใส่เสื้อผ้าที่เราดีไซน์

- แน่นอนว่าต้องดีใจครับ ถ้าเป็นคนที่สไตล์เขาใช่กับเสื้อผ้าเราจะยิ่งดีใจเข้าไปอีก เพราะมันหมายถึงว่าเขารับสารของเราถูก เสื้อผ้าเราจะค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม คนที่ใส่เลยสไตล์ต้องค่อนข้างจัด หรือมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนประมาณนึงครับ

 

ไอคอนที่อยากให้ใส่เสื้อผ้าของเราที่สุด

- เราชอบ Jaden กับ Willow Smith คิดว่าเขาเป็น Muse ของแบรนด์เราและอยากให้ใส่เสื้อผ้าเรามากที่สุด

 

โปรเจกต์ Collaboration กับดีไซเนอร์คนอื่น

- ที่จริงคอลเลคชั่นที่สาม อยาก Collab กับแบรนด์จิวเวลรี่ซักแบรนด์นึง ตอนนี้กำลังมองๆ อยู่ครับ ที่อยาก Collab กับจิวเวลรี่ดีไซน์ เพราะมันมีลักษณะของเครื่องเงิน หรือโลหะที่ตัวเรายังทำไม่ได้ รวมถึงจะได้มี Muse ที่ดี และสะท้อนผลงานออกมาได้ชัดเจนมากขึ้น

 

อนาคตอีก 2 ปี ของ Takara Wong

- จริงๆ มันเป็นโกล์ดของผมตั้งใจว่า 5 ปี จะต้องได้ไปวางขายอยู่ในมัลติสโตร์ที่ต่างประเทศ ถ้าพูดตรงๆ ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะฝากขายมากกว่า จะไม่มีการซื้อราคา Whole Sale แล้วเอาไปขายเลย ซึ่งด้วยดีไซน์ของกับราคา เราอาจจะขายสู้กับแบรนด์ต่างประเทศที่เขาเอาเข้ามาขายไม่ได้ เรากลัวว่าสต็อกเอาไว้แล้วจะขายไม่ออก เลยอยากเน้นไปที่การขายต่างประเทศมากกว่า ส่วนอีกสองปีตั้งใจจะทำเสื้อผ้าผู้หญิงที่ชัดเจนมากขึ้น คือแยกส่วนออกมาเป็นอีกไลน์นึง เพราะตอนนี้ยังแบ่งกันใส่อยู่เป็นยูนิเซ็กส์ ซึ่ีงอยู่ในแบรนด์ Takara Wong เหมือนกันครับ

   
SHARE
RECOMMEND
X INTERESTING
  • Movie
  • Entertainment
  • Reading
  • Men's Fashion
  • Women's Fashion
  • Accessories
  • Dining
  • Wellness
  • Gadget/Technology
  • Game & Toys
  • Photography
  • Sport
  • Gift
  • DIY
  • Home Decoration
  • Travel
  • Sustainability
  • Art & Culture
  • test
arrow ENTER
X ขอบคุณ สำหรับการลงทะเบียน

ทุกการอัพเดทจาก sspatial จะส่งตรงถึงอีเมล์คุณ

ปิด
X

SUBSCRIBE

OUR NEWSLETTERS

Register for our bi-weekly bulletin of the stuff that refines you