TEAM ADHOC

สตรีทแบรนด์สายเลือดไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์ คอนเซปต์ และสไตล์ที่ไม่มีใครเหมือน!

  • INFORMATION
  • POST IN : REBELLION
  • YEAR : Jan 2017
  • WRITER : R.MINTRA
  • PHOTOGRAPHER : BINN BUEMUANCHOL
  • IMAGE : BINN BUEMUANCHOL
  • 15459 views
  • 0 Shares

จากร้านเสื้อผ้าที่ทำเอามันส์ในสยามสแควร​์เมื่อประมาณกว่า 10 ปีที่แล้ว  คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อของ ADHOC แบรนด์เสื้อผ้าสตรีทแวร์ที่มีความชัดเจนในการดีไซน์ พร้อมสร้างความแตกต่างให้กับท้องตลาดด้วยสไตล์ Street Goth ที่ดูเท่ ดิบ ล้ำ และลึกลับในเวลาเดียวกัน  ซึ่งถูกก่อตั้ง และออกแบบโดย ซาน วิยะดา เตียวพงษ์พันธุ์ และ ธัช ศรัณยธัช กวินโชติไพศาล จะเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในต่างประเทศและประเทศไทยในฐานะของแบรนด์เสื้อผ้านอกกระแสที่สร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้กับคนแฟชั่นด้วยแนวคิดที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน 

 

จุดเริ่มต้น

ธัช: ADHOC  แปลว่าเฉพาะกิจ ตอนแรกซานเป็นคนทำก่อน 

ซาน: ประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว เริ่มจากร้านเล็กๆ ในสยามสแควร์ เราทำเสื้อผ้าในแบบที่อยากทำ ตอนนั้นยังไม่ได้จริงจังอะไรมาก แต่จุดเปลี่ยนอยู่ตรงที่บายเออร์ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง มาเห็นเสื้อผ้่าที่ร้านแล้วรู้สึกว่าแปลกดี เขาเลยชวนไปอยู่ เอาแบรนด์ขึ้นห้าง มันเลยเป็นจุดที่ทำให้เราต้องโตกว่านี้ ต้องตั้งใจทำเป็นเรื่องเป็นราว ต้องจริงจังมากขึ้น 

ธัช:  ตอนแรกผมทำแบรนด์ของผมเอง แต่พอดีเรารู้จักกันก็เลยมาช่วยกันทำ เริ่มจริงจังมากขึ้นตอนเข้าห้างสรรพสินค้า และเข้าโครงการของกรมส่งเสริมการส่งออก

ซาน: มันเป็นโครงการที่สอนให้เรารู้เรื่องการทำคอลเลคชั่น และการส่งออกอย่างจริงจัง ทำให้เรามีคอนเนคชั่นในตลาดสากล

ธัช: เราได้เข้า BIFF & BIL แล้วมีออกาไนเซอร์จากเวียนนาชวนไปเทรด หรือไปโชว์ เราได้ไปโชว์สองปีที่เวียนนาแฟชั่นวีค และที่ปารีสอีกสองปี จากจุดนั้นมันเลยทำให้เรามีลูกค้าต่างประเทศที่จริงจังมากขึ้น 

ซาน: ตอนแรกทำแค่ตลาดในเมืองไทย พอเริ่มเข้ามาในวงการลึกขึ้นเรื่อยๆ มันเปลี่ยนเราอีกแล้ว จากที่ทำเล่นๆ เริ่มมาจริงจังและเปลี่ยนไปเน้นตลาดต่างประเทศมากกว่า 

 

80% ของ ADHOC มุ่งไปที่ตลาดต่างประเทศ

ซาน: ใช่ๆ ถึงช้อปอยู่ในเมืองไทย แต่ลูกค้าก็ยังเป็นต่างประเทศอยู่ดี ซึ่งหลังจากที่เราเข้าพวกโครงการของกรมส่งเสริม ได้ไปออกเทรดต่างประเทศ รู้สึกว่ายุโรปตอนนี้ซบเซา เราก็เลยเปลี่ยนกลับมาทำตลาดไทยให้แข็งแรงดีกว่า เราเปิดแฟลกชิบสโตร์ใหม่แบบจริงจังที่สยามเซ็นเตอร์ แล้วเราก็มองว่าจะทำยังไงถึงจะเป็นที่รู้จักมากกว่านี้ เราเลยลองไปสมัคร Vogue Who's On Next คิดว่าถ้าเข้ารอบแค่ 10 คน ก็น่าจะมีคนติดตามเรามากขึ้น 

 

คอนเซ็ปต์ของเสื้อผ้า

ธัช: รวมๆ เลยคือเราจะศึกษาเทรนด์ในปัจจุบัน แล้วเราก็ค้นหาตัวเองว่าเราสนใจอะไรอยู่ในช่วงเวลานั้น อย่างคอลเลคชั่นแรกๆ เราจะพูดถึงเอ็กซ์ตร้า เทอเรสเทรียล ไทบัล เราอยากส่งเมสเสจอะไรบางอย่างในแต่ละคอลเลคชั่น ให้แตกต่างกัน อย่างความแปลกประหลาดของมนุษย์ต่างดาว หรือภาพลวงตาของความเป็นมนุษย์ อันนี้เป็นคอลเลคชั่นแรกๆ ส่วนหลังๆ เราพูดถึงเรื่อง Negative Truth   เป็น Black Perspective
อันนี้จะเป็นฟีลรวม 

ซาน: ปีนึงเราทำสองคอลเลคชั่น แต่เราจะย่อยออกไปอีก คือทำให้มันเป็นสี่คอลเลคชั่นย่อย โดยคอนเซปต์มีแค่สอง เรามองว่าถ้ามันออกมาเลยทั้งคอลเลคชั่น สมมุติ 40 ชุด ลงร้านทีเดียว มันจะดูน่าเบื่อ เราเลยย่อยออกมาครึ่งนึงก่อน เพื่อให้ลูกค้าติดตามเราเรื่อยๆ 

 

กับความชัดเจนในแง่ของดีไซน์ 

ซาน: เทรนด์เราก็ตามนะ แต่เรื่องสีเราจะไม่ตาม เพราะสีของเราจะมีแค่สามสี คือ ขาว ดำ และเทา เรามองว่าในความขาวมันก็มีเฉดของขาว ดำมีเฉดของดำ 

ธัช:  หลักๆ จะเป็นดำมากกว่า เราติดคำว่า Black Perspective ไว้ที่ราวทุกราวในร้าน เพื่อที่จะเน้นสีดำเป็นหลักมากกว่า แต่ก็จะมีสีขาว และสีเทาเล็กๆ น้อยๆ ผสมอยู่ 

ซาน: บางคอลเลคชั่นก็มีเงินกับทอง

ธัช:  แต่ดำจะ 80% -90% ครับ

 

นอกจากสี ยังมีอะไรอีกไหมที่เห็นแล้วรู้เลยว่าคืองานของ ADHOC 

ธัช: ถ้าตอนนี้คงเป็น Calligraffiti และเเพทเทิร์นของเสื้อผ้า  ถ้ากราฟิกช่วงนี้เราพูดถึงเรื่อง Calligraffiti ลักษณะรูปแบบฟร้อนท์ที่ค่อนข้างอ่านยากนิดนึง ส่วนแพทเทิร์นจะมีการผสมหลายๆ เลเยอร์ของผ้าหลายๆ แมททีเรียลเข้าด้วยกัน

ซาน: เสื้อหนึ่งตัว เราพยายามทำให้ใส่ได้มากกว่าหนึ่งแบบ  

ธัช: ใส่ข้างนอก ข้างใน กลับหัว ใส่แขนสั้นก็ได้ แขนยาวก็ได้ ในตัวเดียว 

 

แล้วในส่วนตลาดไทย  มองยังไงบ้าง

ซาน: ตลาดไทยพูดจริงๆ นะ ทำตลาดยากกว่าต่างประเทศ เพราะเขาไม่เก็ทกับแบรนด์เรา ในเมืองไทยเราว่ามันเป็นอะไรที่แปลก แต่เมืองนอกมีคนที่แต่งตัวสไตล์แบบนี้กันอยู่แล้ว 

ธัช:  คีย์เวิร์ดหลักๆ ของเรา มันจะออกลบๆ ดำๆ ดาร์กๆ นิดนึง ซึ่งคนที่คิดบวกมากๆ  อาจะไม่สนใจ 

ซาน: ง่ายๆ นะ ถ้าลูกค้าต่างชาติเข้ามา เขาเห็นอะไรแบบนี้ เขาต้องการจะรู้ความหมายของมันมากๆ ว่าเขียนว่าอะไร แต่ถ้าเป็นลูกค้าคนไทยซื้อเลยไม่ถาม ไม่ต้องการรู้ด้วยว่ามันคืออะไร อันนี้คือสิ่งที่เราบอกว่าเขาไม่เก็ทกับสิ่งที่เราสื่อสาร ถ้ามีคนกลุ่มนึงที่สามารถเข้าใจตรงนี้ได้ เราคิดว่ามันจะสร้างเป็นคัลเจอร์ได้ ไม่ใช่แค่ขายเสื้อผ้าอย่างเดียว

ธัช: ผมเขียนพวกนี้มาซักพักใหญ่แล้วจะมีเพื่อนที่เขียน Calligraphy ด้วยกัน ซึ่งเขาสนใจแล้วสั่งซื้อในเนท ลูกค้าเลยจะมีกลุ่มที่ทำงานพวกนี้โดยเฉพาะ แล้วผมมีเพื่อนที่ฟังดนตรีฮาร์ดคอร์ Experimental Music,  Noise Music ก็จะมีคนพวกนี้มาชอบเสื้อผ้าของเราเหมือนกัน 

 

ถ้างั้นแรงบันดาลใจในการออกแบบส่วนใหญ่มาจากดนตรี และงานศิลปะ 

ธัช: ดนตรีก็ด้วยครับ ศิลปะของหนัง การใช้ชีวิตประจำวัน หรือสังคมในปัจจุบัน มันแล้วแต่ช่วงครับ แต่ส่วนมากจะเป็น Negative Truth

 

คว้าอันดับสอง จาก Vogue Who's On Next ปี 2016

ซาน: จริงๆ คาดหวังที่หนึ่ง (หัวเราะ...) ที่เราได้รางวัลส่วนนึงน่าจะเป็นเพราะคาแรคเตอร์เราชัดเจน แล้วเขามองว่าเรามีศักยภาพที่จะไปต่อได้จริงๆ ศักยภาพในที่นี้่หมายถึงเขาสามารถผลักดันเราได้ด้วย ก็รู้สึกดีใจนะ 

ธัช: รู้สึกว่าได้ทำอะไรเต็มที่มากกว่าที่เคยทำ สามารถใช้ความรู้ที่ได้จากการอบรมของผู้ที่มีศักยภาพมากกว่ามาใช้ประโยชน์ และเป็นระบบมากขึ้น

ซาน: มันมีบางอย่างที่ถ้าเราศึกษาเอง หาประสบการณ์เอง คงไม่ได้เร็วขนาดนี้ แต่นี่เขามาให้คำปรึกษา และมองเราออกว่าเราขาดอะไร แล้วเขาเติมให้เราได้  

 

สิ่งที่เรายังขาดอยู่

ซาน: เรื่องการตลาดกับการเงิน ที่เรายังทำงานไม่เป็นระบบแบบที่ควรจะเป็น 

ธัช: อันนี้คือก่อนหน้าที่เขาจะอธิบาย หรือให้วิธีการอะไรมา 

ซาน: เราทำบัญชีตามแบบของเรา แต่สิ่งที่เขามาบอกว่าเราควรทำแบบนี้ พอเราทำตามเขาแล้ว เรารู้เลยว่าสถานะเราเป็นยังไง แล้วเราไปต่อได้มั้ย ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงให้เข้าใจ มันเป็นเรื่องของตาราง การทำสถิติ เป็นเรื่องของการวางแผนอนาคต 

ธัช: เราตอบโจทย์ที่เขาต้องการให้เราตอบได้อย่างเป็นระบบในภายหลัง

ซาน: เหมือนเรารู้ว่าอีก 5 ปีต่อไป เราจะวางโพสิชั่นของแบรนด์ตรงไหน แล้วจะทำยังไงให้ไปถึงจุดนั้นได้ อันนั้นเลยทำให้เราชนะที่สอง 

 

พอได้อันดับสองมาแล้วคนรู้จักแบรนด์มากขึ้นมั้ย

ซาน: มีคนเริ่มพูดถึงมากขึ้น มีคนเข้ามาที่ร้านแล้วถามว่าร้านนี้ออกรายการนี้รึเปล่า อย่างลูกค้าบางคนบอกว่าไม่กล้าเข้าร้าน เพราะรู้สึกเหมือนราคาจะแพง เสื้อผ้าเหมือนจะใส่ยาก แต่พอมีรายการ Vogue Who's On Next ออกมา เขาเข้ามาหยิบจับดูราคาแล้วมันสัมผัสได้จริง

 

คิดว่าทุกวันนี้ ADHOC ประสบความสำเร็จรึยัง

ธัช: ถ้าเอาจริงๆ แล้วมันก็ได้ดั่งใจที่เราคิดไว้ 

ซาน: เราคิดว่าเรามีแค่แฟลกชิปสโตร์ มันยังไม่พอ มันน่าจะครอบคลุมไปในเรื่องของออนไลน์ หรือการทำการตลาดด้านอื่นด้วย

ธัช: ซึ่งเราก็กำลังทำอยู่ครับ 

 

ทิศทางต่อไปในอนาคต

ธัช: หลักการทำงานทั้งหมดของเราคือ เราต้องสนุกแล้วให้คนอื่นมาสนุกกับเราด้วย 

ซาน: ในอนาคตเราไม่ได้อยากเป็นแค่ร้านเสื้อผ้า เราอยากมีอะไรที่มากกว่านั้น อย่างเช่น มีร้านสัก หรืออะไรก็ได้ ในชื่อของ by ADHOC Studio 

ธัช: อยากจะดำรงการสร้างวัฒนธรรมของเราให้ชัดเจนมากขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ 

 
 
SHARE
RECOMMEND
X INTERESTING
  • Movie
  • Entertainment
  • Reading
  • Men's Fashion
  • Women's Fashion
  • Accessories
  • Dining
  • Wellness
  • Gadget/Technology
  • Game & Toys
  • Photography
  • Sport
  • Gift
  • DIY
  • Home Decoration
  • Travel
  • Sustainability
  • Art & Culture
  • test
arrow ENTER
X ขอบคุณ สำหรับการลงทะเบียน

ทุกการอัพเดทจาก sspatial จะส่งตรงถึงอีเมล์คุณ

ปิด
X

SUBSCRIBE

OUR NEWSLETTERS

Register for our bi-weekly bulletin of the stuff that refines you